แนะนำศิลปการบังคับม้า และอุปกรณ์การขี่ม้า

ผมเชื่อว่าคนสมัยนี้ มีการดูแลสุขภาพมากขึ้น เช่นในเรื่องของการเลือกสรรอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และการออกกำลังกายที่มีกีฬาต่างๆให้เลือกเล่นได้หลายชนิด มีกีฬาในร่มและกีฬากลางแจ้ง แต่สิ่งที่ผมจะมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ได้อ่านกัน เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่น้อยคนนักจะนึกถึงและอยากเล่น นั่นคือ ศิลปการบังคับม้า

ศิลปการบังคับม้า เป็นกีฬาที่ต้องมีการสื่อสารกันระหว่างคนกับม้า ช่วยฝึกฝนในด้านสมาธิ ซึ่งท่าในการบังคับม้า มีหลายท่า วันนี้ผมจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับท่าต่างๆในการบังคับม้า ตั้งแต่การขึ้นม้า การขี่ม้า การลงจากม้า ว่ามีท่าอะไรบ้าง และมีวิธีการบังคับอย่างไร

1.การขึ้นม้า : เป็นขั้นตอนแรกสุด ซึ่งวิธีการขึ้นม้านั้น ก็ไม่ได้เป็นวิธีที่ยากมาก ก่อนอื่นจะต้องจับบังเหียนให้แน่นๆ จากนั้นก็เอาเท้าข้างซ้ายเหยียบโกลนที่ติดอยู่กับอานด้านซ้าย แล้วยันตัวขึ้นไปบนหลังม้า การขึ้นม้าที่ถูกต้อง จะต้องขึ้นทางด้านซ้ายของม้า

2.การปรับเครื่องมือในการขี่ม้า : เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขี่ม้า เพราะถ้าเราใส่เครื่องมือม้าไม่แน่น จะทำให้มีปัญหาระหว่างขี่ม้า คือ เครื่องมือหลุด อาจเกิดอันตรายกับผู้ขี่ได้ เครื่องมือในที่นี้ เช่น อานม้า ผ้ารองอาน โกลน บังเหียน เป็นต้น วิธีในการปรับ คือจะต้องลองเอาเท้าทั้งสองข้างสวมโกลนก่อน ว่าถนัดรึเปล่า ถ้าไม่ถนัดก็สามารถปรับได้ สายปรับเหมือนสายเข็มขัด เมื่อปรับโกลนเสร็จแล้ว ก็จะทำการปรับสายรัดทึบ ต้องปรับให้พอดี ไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป ถ้าหลวมไปจะทำให้เครื่องม้าหลุดได้ แต่ถ้ารัดแน่นไป อาจทำให้ม้าหายใจไม่ออกได้

3.การบังคับม้าเดิน และหยุด  : ท่านี้เป็นถ้าเริ่มต้นของการขี่ม้า เป็นท่าที่ไม่ยาก เพียงแค่เตือนน่อง โดยการเอาเท้ากระทุ้งไปที่ท้องม้า ม้าก็จะเดิน แต่ถ้าหยุด ก็ดึงบังเหียนทั้งสองข้างพร้อมกัน ดึงพอดีๆไม่ต้องดึงแรงมาก เพราะถ้าดึงแรงมากอาจทำให้ม้าเจ็บปากได้

4.การบังคับม้าเดินถอยหลัง : ท่านี้ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ดึงบังเหียนพร้อมกันทั้งสองข้าง และเอาน่องทั้งสองข้างหนีบตัวม้า ม้าก็จะเดินถอยหลังทันที

5.การบังคับม้าให้เลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวา : วิธีคือ ดึงบังเหียนข้างใดข้างหนึ่ง ถ้าอยากเลี้ยวซ้ายก็ดึงบังเหียนข้างซ้าย ถ้าอยากเลี้ยวขวาก็ดึงบังเหียนข้างขวา ในการขี้ม้าเรียกคำสั่งนี้ว่า ซ้ายกลับหลังเลี้ยว ขวากลับหลังเลี้ยว ในการเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา สามารถเลี้ยวระหว่างที่กำลังวิ่งเรียบอยู่ หรือระหว่างที่เดินได้ ท่านี้มีอีกคำสั่งหนึ่งที่ผู้สั่งจะสั่งกันคือ ซ้ายกลับหลังหัน ขวากลับหลังหัน โดยใช้ขาหน้าเป็นหลัก วิธีปฏิบัติคือ ต้องทำการหยุดม้าก่อน การเลี้ยวก็เหมือนเดิม คือ เลี้ยวซ้ายก็ดึงบังเหียนข้างซ้าย เลี้ยวขวาก็ดึงบังเหียนข้างขวา แต่ขาต้องใช้ 2 ขาหน้าเท่านั้นในการกลับหลังหัน ถ้าใช้ขาหลัง เรียกคำสั่งนี้ว่า ขาหลังเป็นหลัก ท่านี้ก็ใช้เป็นคำสั่งได้เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยได้ใช้ มีวิธีคือดึงบังเหียนทั้งสองข้างเบาๆ แล้วเอาน่องหนีบตัวม้า ม้าก็จะก้าวขาหลังก่อน จากนั้นก็ดึงบังเหียนข้างซ้ายถ้าเลี้ยวซ้าย ดึงบังเหียนข้างขวา ถ้าเลี้ยวขวา

6.การบังคับม้าวิ่งเรียบ : ท่านี้มีอยู่ 2 คำสั่งคือ วิ่งเรียบยกตัวกับวิ่งเรียบนั่ง วิธีก็ไม่มีอะไรมาก คล้ายๆกับการเดิน แต่ต่างกันแค่เราเตือนน่องติดต่อกันหลายๆครั้ง จากเดินก็จะกลายเป็นวิ่ง ถ้าเรียบยกตัว ก็คือ ในระหว่างที่ม้ากำลังวิ่ง จะต้องลุกและนั่งสลับกันไปเรื่อยๆ ถ้าเรียบนั่ง ต้องนั่งติดกับอานม้า ห้ามก้นลอยขึ้นมา เพราะถ้าก้นลอยจะไม่ใช่วิ่งเรียบนั่ง

7.การบังคับม้าวิ่งขโยก : เป็นท่าที่เด็ดที่สุดของการขี่ม้าเลยทีเดียว วิ่งขโยกจะต่อกับวิ่งเรียบทันที วิธีปฏิบัติเหมือนวิ่งเรียบแต่ต้องเตือนน่องให้มากขึ้นกว่าเดิมอีก ในการวิ่งขโยก ม้าแต่ละตัวจะวิ่งไม่เหมือนกัน บางตัวก็ขโยกช้า บางตัวก็ขโยกเร็ว ผู้ขี่ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาในการบังคับม้า เพราะถ้าพลาดอาจตกลงมาจากม้าได้ ถือว่าเป็นท่าที่ยากและโหดมากครับ

8.การบังคับม้าเดินเฉียง : ภาษาอังกฤษ เรียกว่า shoulder in ท่านี้ก็ไม่ยากมาก จะปฏิบัติระหว่างเดินหรือวิ่งเรียบก็ได้ แต่ถ้าวิ่งเรียบจะต้องเป็นวิ่งเรียบนั่งเท่านั้น ผู้ขี่จะต้องบังคับม้าเลี้ยวตรงกึ่งกลางของสนาม ถ้าอยากให้เฉียงไปทางซ้าย ให้ดึงบังเหียนข้างขวา แล้วเอาน่องขวาเตือนติดต่อกัน ส่วนเฉียงทางขวาก็ปฏิบัติตรงข้ามกัน คือ ดึงบังเหียนซ้าย แล้วเตือนด้วยน่องซ้ายติดต่อกัน

9.การลงจากม้า : เป็นขั้นตอนสุดท้ายของศิลปการบังคับม้า วิธีปฏิบัติคือ ถอดโกลนข้างขวาออก แล้วนำขาขวาพาดข้ามหลังม้า จากนั้นก็ถอดโกลนข้างซ้ายออกแล้วค่อยกระโดดลงมาเบาๆ

อุปกรณ์การขี่ม้า เป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการขี่ม้า สำหรับผู้ขี่ จะต้องมีอุปกรณ์การขี่ม้า ซึ่งประกอบไปด้วย หมวก ถุงมือ เสื้อและกางเกง(ต้องเป็นเสื้อและกางเกงกีฬาเท่านั้น) รองเท้าหนัง สเปอร์(จะมีหรือไม่มีก็ได้) และแส้

ทั้งหลายทั้งปวงที่ผมได้ถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจในกีฬาที่มีความท้าทายเช่นนี้ อย่ากลัวที่จะทำอะไรใหม่ๆในชีวิตครับ เพราะไม่แน่ หากคุณได้อยู่บนหลังม้าแล้ว คุณอาจจะรู้สึกภาคภูมิใจที่คุณสามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตได้เสมือนเป็นคนๆเดียวกัน

Advertisements

ศิลปการบังคับม้าและอุปกรณ์การขี่ม้าต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อม

 

 

 

 

PedNapatt WordPress

 

PedNapatt WordPress2

 

นอกจากอุปกรณ์การขี่ม้าทั่วไป หรือเรียกเครื่องขี่ม้า ที่ประกอบด้วยเครื่องบังเหียน อานม้า เครื่องม้า ตลอดจนขลุมขี่ ขลุมจูง และขลุมตีวง เข้าเว็บไซต์ http://ขี่ม้า.blogprathai.com พบข้อแนะนำอุปกรณ์สำหรับกีฬาขี่ม้า ดังนี้ แส้ขี่ม้า (Riding Whip) เป็นเครื่องมือสำหรับใช้บังคับม้าในกรณีที่ม้าฝืนคำสั่ง หรือกรณีที่น่องของผู้ขี่อ่อนแรงลง และอาจใช้แส้เป็นเครื่องมือลงโทษม้าด้วย ถุงมือขี่ม้า (Riding Gloves) เป็นถุงมือที่ออกแบบมาใช้ขี่ม้าโดยเฉพาะ ลักษณะทั่วไปคือ ทำด้วยผ้าหรือหนัง ซึ่งแน่นอนว่าที่ทำจากหนังจะแข็งแรงกว่าถุงมือผ้า

กางเกงขี่ม้า มีอยู่ 2 แบบ คือ แบบบรีชเชส (Breeches) กับ แบบจ๊อดเพิร์ส (Jodhpurs) ทั้ง 2 แบบต่างกันที่รองเท้าที่จะใส่คู่กัน สังเกตได้จากขอบที่ขากางเกงขี่ม้า แบบจ๊อดเพิร์ส Jodhpurs จะมีเย็บขอบกลับออกมาให้ด้วย นั่นเป็นเพราะว่ากางเกงขี่ม้าแบบนี้จะใส่เวลาที่สวมรองเท้าขี่ม้าแบบหุ้มข้อ ขณะที่แบบบรีชเชสตรงข้อเท้าจะเรียบยาว รัดรูปแนบไปกับน่องจนถึงข้อเท้า ใช้สำหรับใส่กับรองเท้าขี่ม้าแบบบู๊ต หรือรองเท้าขี่ม้าแบบทรงสูง การ พิจารณาเลือกซื้อให้ดูที่ผ้านิ่มๆ ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ข้อสำคัญให้สังเกตตรงก้น กับตรงหัวเข่าด้านใน จะมีผ้าอีกแผ่นเย็บติดอยู่ สำหรับไว้รับแรงกระแทก และแรงเสียดสีของเรากับอานม้า

เสื้อขี่ม้า (Riding Shirt) ควรเป็นเสื้อมีปก แขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้ รัดกุมเหมาะสม คือ ยืดขยายได้ หายใจไม่ลำบาก หมวกขี่ม้า (Riding Helmet) ช่วยป้องกันอันตราย เนื่องจากกีฬาขี่ม้ามีความเสี่ยงในการจะพลัดตกจากหลังม้าได้ ทั้งจากความผิดพลาดของผู้ขี่เอง หรืออาจเพราะม้า หมวกขี่ม้าโดยทั่วไปมี 2 แบบ คือ แบบ Hard Hat ทำด้วยไฟเบอร์ แข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกได้ดี และแบบ Crash Helmet มีความแข็งแรงมากกว่า Hard Hat ออกแบบมาเพื่อให้รับแรงกระแทกแรงๆ ได้ดี

รองเท้าขี่ม้า (Riding Boot) ถูกออกแบบมาให้มีส้น เพื่อป้อง กันไม่ให้เท้าของคนขี่ม้าเข้าไปติดกับโกลน ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงขึ้นได้ ทั้งนี้ โดยมาตรฐานรองเท้าขี่ม้าแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1.แบบบู๊ตสูง ลักษณะ เป็นบู๊ตสูงจนถึงหัวเข่า ที่รองเท้าขี่ม้าต้องปิดน่องเพราะว่าการส่งคำสั่งให้ม้าจะอาศัยส้นเท้าและน่อง 1 ส่วน และส่งคำสั่งจากการถ่ายน้ำหนักที่สะโพกและก้นผ่านไปทางอานม้าอีกส่วนหนึ่ง จึงต้องป้องกันไว้ และ 2.แบบหุ้มข้อ ใช้ร่วมกันกับสนับขาหรือสนับน่อง

สิ่งสำคัญที่สุดในการขี่ม้า คือทัศนคติในการเป็นนักขี่ม้า ต้องใส่ ใจกับทัศนคติของม้าที่มีต่อเราด้วย

ลักษณะนิสัยที่ดีของผู้ขี่ม้า คือ 1.ต้องรักม้า ชอบม้า ไม่กลัวม้า ม้าเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการมายาวนาน มีการพัฒนาศักยภาพมาหลายสิบล้านปี เป็นสัตว์ฉลาด พูดดีๆ เพราะๆ ไม่ทำรุนแรง ปลอบ ให้กำลังใจ ลงโทษอย่างถูกวิธี จะช่วยเสริมสร้างทัศนคติที่ดีให้กับม้า

2.ใจเย็น แสดงความรักและเมตตาต่อม้า ไม่แสดงอาการฉุนเฉียวหรือลงโทษม้าด้วยอารมณ์

3.ชอบการขี่ม้า หมั่นเรียนรู้หาเทคนิคและความรู้ใหม่อยู่เสมอ หมั่นฝึกซ้อม ถ้าอยากเป็นนักกีฬาขี่ม้า ต้องมีตารางการฝึกซ้อมและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อแม้ รวมถึงคำสั่งของครูผู้ฝึกสอน

4.ต้องรู้จักสังเกตลักษณะนิสัยของม้าแต่ละตัว และจำม้าตัวที่ใช้ฝึกซ้อมเป็นประจำให้ได้ เรียนรู้วิธีการปลอบม้า เอาใจม้า การให้รางวัล การลงโทษอย่างถูกวิธี

5.รักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมอยู่เสมอ อดทน ไม่ย่อท้อต่อความลำบากและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ 6.มีความนุ่มนวลผ่อนคลาย บังคับม้าด้วยความรู้สึกว่าไม่อยากให้ม้าเจ็บปวดหรือเป็นการฝืนใจม้า